thaibestperfume

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร

คู่มือ-มือใหม่

ความรู้ทั่วไป

 การทดสอบกลิ่น ให้แต้มน้ำหอมที่ข้อมือ(ที่อื่นก็ได้ที่สะดวก)ทิ้งให้แห้งย้ำต้องทิ้งให้แห้งนะครับ เพราะน้ำหอมของเราเป็นน้ำหอมฝรั่งเศส และที่สำคัญผสมเข้มข้น ถ้าไม่ทิ้งให้แห้งจะไม่ได้กลิ่นที่แท้จริง (ถ้าเป็นน้ำหอมที่ทาแล้วดมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้แห้ง แถมเมื่อทาแล้วกลิ่นหอมฟุ้งกระจายดี นั้นความจริงไม่ดีแล้วครับ เพราะน้ำหอมแบบนั้นผสมแอลกอฮอล์มาก และทำให้ติดไม่ทน)

น้ำหอมเราผสมอะไรบ้าง น้ำหอมเราใช้หัวน้ำหอมฝรั่งเศสเกรด A โดยคัดกลิ่นที่เทียบเคียงแบรนด์มากที่สุด ส่วนผสมที่ใช้เป็นส่วนผสม AA โดยประกอบด้วย DEB : แอททานอล เกรด A ช่วยในการกระจายกลิ่น . POP : สารให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ทั้งยังเป็นสารช่วยในเรื่องการป้องกันการแพ้อีกด้วย , Musk : สารที่ทำให้ความหอมติดทน , White Musk : สารที่เพิ่มความนุ่มนวลแก่กลิ่นน้ำหอม สารประกอบทั้งหมดถูกผสมในสัดส่วนที่ดีที่สุด ละลงตัวที่สุด (โดยเราผสม POP , Musk , White Musk ในปริมาณสูงสุด)

การล้างขวดน้ำหอมแบบสเปรย์ ง่าย ๆ ครับ เราก็นำแอลกอฮอล์เทใส่ขวด แล้วก็ปิดฝาให้สนิท เขย่า ๆ กดหัวสเปรย์ให้แอลกอฮอร์ออกมา แล้ว เทแอลกอฮอล์คืนขวดล้าง(ขวดล้างคือขวดที่เราใส่แอลกอฮอล์สำหรับล้างขวดเท่านั้น ใช้ล้างแล้วเทคืนได้ ใช้ไปจนกว่าสีแอลกอฮอล์เปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือกลิ่นน้ำหอมออก ก็ให้เททิ้งครับ) เท่านี้ก็เสร็จ ส่วนขวดลูกกลิ้งให้กลิ้งหัวลูกกลิ้งเพื่อล้างด้วยครับ

กาแฟดับกลิ่น ควรมีเมล็ดกาแฟสดที่ร้านใส่โหลเล็ก ๆ ไว้เพื่อให้ลูกค้าดมเพื่อล้างกลิ่นน้ำหอมที่จมูกครับ ใช้ในกรณีที่ลูกค้าเลือกดม 4-6 กลิ่นแล้วให้ดมที เพื่อดับกลิ่นน้ำหอมที่ดมไปแล้ว แล้วจึงดมกลิ่นอื่นต่อ เพื่อให้ได้กลิ่นน้ำหอมที่แท้จริง 

  ควรกลิ้งขวดไปมา อย่างเบา ๆ ทุกครั้งก่อนแต้มน้ำหอมให้ลูกค้า หรือเทน้ำหอมเพื่อขาย เพื่อเป็นการเขย่าขวด แต่ห้ามเขย่าแรง ๆ ครับ(ถ้าผสมแอลกอฮอล์มาก ๆ ไม่ต้องทำก็ได้เพราะเป็นตัวทำละลายที่ดี แต่ทางร้านไม่ได้ผสมแอลกอฮอล์ มาก เพราะทางร้านจะรักษาคุณภาพความหอม และความติดทนของน้ำหอม จำเป็นต้องทำ)

น้ำหอมห้ามตากแดดครับ เพราะจะทำให้เสียคุณภาพ ทั้งสีและกลิ่น

ควรเพิ่มกลิ่นน้ำหอมอย่างไร จริง ๆ สำหรับลูกค้าที่เพิ่งเริ่มต้นนะครับ ช่วงแรกเราอาจรับน้ำหอมไป 10-20 กลิ่นแล้ว ก็ควรมีการเพิ่มกลิ่นเพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเลือกจาก

1.   คำถามของลูกค้าที่มาสอบถาม

2.   กลิ่นมาใหม่ (จำเป็นมาก)

3.   ให้ทางร้านเลือกกลิ่นเพิ่มให้ โดยลูกค้าต้อง mail บอกกลิ่นที่มีอยู่แล้ว แล้วทางร้านจะเลือกกลิ่นที่ขายดี และกลิ่นที่มาใหม่ให้

การที่เรามีจำนวนกลิ่นมากขึ้น ก็จะทำให้เราได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วยครับ(โดยในร้านควรมีกลิ่นน้ำหอมอย่างต่ำ 60-70 กลิ่น) ลูกค้าที่เพิ่งขายอาจจะฟังดูเหมือนมาก แต่ไม่มากเลยครับ ค่อย ๆ เพิ่มครับ ไม่ต้องรีบ (ทางร้านมีน้ำหอมให้เลือกเกือบ 400 กลิ่น และมีกลิ่นใหม่ให้ Update ตลอดครับ)

การตั้งราคาเบื่องต้น

         1. น้ำหอมต้นทุน 0.75 บาท นำไปขายซีซี ละ 2-3 บาท แล้วแต่การแข่งขันในตลาด ส่วนขวดหากขายซีซีละ 3 บาท โดยทั่วไปก็จะฟรีขวดให้ลูกค้า หากต้องการบวกค่าขวดไม่ควรบวกเกิน 1 เท่าของราคาที่รับมาครับ

         2. น้ำหอมต้นทุน 0.50 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่นำไปขายส่งร้านทุกอย่าง 20 บาท

กฎหมายเบื้องต้น

ลูกค้าที่รับหัวเชื้อน้ำหอมไปผสมเอง ต้องไปจดสรรพสามิตน้ำหอมผสม โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

1. จดทะเบียนร้าน จดเฉพาะร้านที่มีที่ตั้งแน่นอนครับ

2. จดสรรพสามิต โดยเสียภาษี สรรพสามิต 8% ของราคาแนะนำขาย และภาษีมหาดไทย 10% (ลูกค้าในส่วนของน้ำหอมผสมไม่ต้องจดสรรพสามิตครับ เพราะทางร้านจดแจ้งให้แล้ว สามารถ นำไปขายได้เลยครับ)

3. จด อย. (แล้วแต่พื้นที่บางพื้นที่อาจยังไม่ต้องจด เพราะอย.เพิ่งมีเข้ามาในส่วนของน้ำหอม บางพื้นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 อาจไม่มีข้อมูลการจด)

4. ส่วนเรื่องของหัวเชื้อทางโรงงานผ่านกรมศุลกากรมาเรียบร้อย ซึ่งเอกสารเหล่านี้ทางโรงงานจะส่งให้หน่วยงานที่เรียกดูกับ

   ทางลูกค้าเท่านั้น  เพราะมีสูตรบางตัวเป็นความลับของทางโรงงาน (ในส่วนนี้ลูกค้าน้ำหอมผสมไม่จำเป็นต้องใช้) ปกติร้านที่

   จะถูกตรวจสอบหัวเชื้อนั้น โดยทั่วไปเป็นร้านขนาดทุน 1,000,000 ขึ้นไป ครับ

 

I D   L I N E   :  @thaibestperfume